วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) เป็นนวัตกรรมคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ของโลก

ครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) เป็นนวัตกรรมคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ของโลก โดยการสร้างหุ่นจำลอง 3 มิติ ที่ท่านต้องการตรวจสอบงานออกแบบให้กับทีมงาน หรือนำไปเสนอผลงานออกแบบให้กับลูกค้า จากการสร้างโมเดล 3 มิติ (3D Models) โปรแกรมโมเดล 3 มิติทั่วไป แล้วนำมาสั่งพิมพ์ โดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติจะทำการพ่นเรซิน มาทีละชั้นๆ ทำให้ได้หุ่นจำลองตามขนาดที่ต้องการ 





โมเดล 3 มิติ จากคอมพิวเตอร์










สั่งพิมพ์ 3 มิติ









หุ่นจำลอง 3 มิติ







ซึ่งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีตั้งแต่ขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ มีทั้งรุ่นพิมพ์ได้ สีเดียว (Monochome) และหลายสี (Multicolors) ให้ท่านได้เลือก 

การสร้างหุ่นจำลองด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ ทำให้ท่านทำงานออกแบบได้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แม่นยำ รวดเร็ว ต้นทุนต่ำกว่าเดิม และทำให้ลูกค้า หรือผู้พบเห็นเกิดความประทับใจในผลงานออกแบบมากยิ่งขึ้น 

บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่งตั้งโดยตรง (Authorized Dealer) จาก Z Corporation, USA.ได้เลือกผลิตภัณฑ์ของ ZPrinter ซึ่งผลิตภัณฑ์จาก USA ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่นิยมใช้กันมากที่สุดในโลกด้านงานสถาปัตยกรรม และการก่อสร้าง 

แหล่งที่มา : http://livetrend.blogspot.com/2012/05/3-3d-printer.html

เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร

เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) คือ การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทำให้สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน ในระบบสารสนเทศนั้นประกอบด้วย 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ บุคลากร ขั้นตอนการทำงาน ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และข้อมูล ปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน ทั้งด้านการติดต่อสื่อสาร การเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ การดำเนินธุรกิจ และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) มาจากคำว่า “เทคโนโลยี” รวมกับคำว่า “สารสนเทศ” “เทคโนโลยี” หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เข่น อุปกรณ์   เครื่องมือ เครื่องจักรวัสดุ หรือ แม้กระทั่งสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น ระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น  “สารสนเทศ” หมายถึง ข้อมูล ข้อเท็จจริง ข่าวสาร ความรู้ ที่ได้มีการบันทึก ประมวลหรือดำเนินการด้วยวิธีใดๆไว้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ทั้งส่วนบุคคลและสังคม  ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทำให้สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องโดยตรงกับเครื่องมือเครื่องใช้ในการจัดการ สารสนเทศ ซึ่งได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้าง ขั้นตอน วิธีการดำเนินการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เกี่ยวข้องกับตัวข้อมูล เกี่ยวข้องกับบุคลากร เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการดำเนินงานเพื่อให้ข้อมูลเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้แล้วยังรวมไปถึง โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ โทรสาร หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ ฯลฯ
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
ในระบบสารสนเทศนั้นประกอบด้วย 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ บุคลากร ขั้นตอนการทำงาน ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และข้อมูล
1) บุคลากร เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจวิธีการในการดำเนินการ และจัดการเกี่ยวกับสารสนเทศทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
2) ขั้นตอนการปฏิบัติ หมายถึง ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการจัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้เป็นสารสนเทศได้ เช่น การกำหนดให้มีการป้อนข้อมูลทุกวัน การปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ
3) เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดแวร์ เป็นอุปกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งประกอบด้วยคีย์บอร์ด เมาส์ จอภาพ หน่วยระบบ และอุปกรณ์อื่นๆ เครื่องคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดแวร์
จะถูกควบคุมโดยซอฟต์แวร์
เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ 
4) ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรมในระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) และซอฟท์แวร์แอพพลิเคชั่น (Application Software) เป็นชุดคำสั่งที่เรียงเป็นลำดับขั้นตอน
มีหน้าที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามวัตถุประสงค์ และประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ
5) ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับบุคคล วัตถุหรือสถานที่ ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะใช้เป็นเครื่องช่วยในการวางแผนงานการบริหารจัดการ ดังนั้นข้อมูลจะต้องมีความถูกต้อง มีความเที่ยงตรง สามารถเชื่อถือได้ มีความเป็นปัจจุบัน สามารถตรวจสอบได้ และมีความสมบูรณ์ชัดเจน 
บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้การกระจายข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว และยังสื่อสารแบบสองทิศทาง ด้วยเหตุนี้ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมจึงแตกต่างจากในอดีตมาก ดังจะเห็นได้จากวิกฤตการณ์ทางด้านเศรษฐกิจจากประเทศหนึ่งมีผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ผลของความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายด้าน อาทิเช่น

- การเปลี่ยนเป็นสังคมสารสนเทศ  ปัจจุบันสังคมโลกกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมสารสนเทศ โดยคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารมีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การซื้อสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ต การทำงานผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึงก่อให้เกิดสังคมออนไลน์ทั้งเว็บบล็อก (Web Blog) เว็บไซต์วีดิโอออนไลน์ เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นต้น
- การทำงานที่ไร้เงื่อนไขของเวลาและสถานที่  เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดสภาพทางการทำงานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา โดยการโต้ตอบผ่านระบบเครือข่าย ทำให้ขยายขอบเขตการทำงานไปทุกหนทุกแห่งและดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ระบบเศรษฐกิจเชื่อมโยงทั่วโลก  เทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจซึ่งเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็นเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนเอื้ออำนวยให้การดำเนินการมีขอบเขตกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ระบบเศรษฐกิจของโลกจึงผูกพันกับทุกประเทศและเชื่อมโยงกันแนบแน่นขึ้น
           -   
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานใหม่ๆ เช่น ระบบระบุพิกัดบนพื้นโลก (Global Positioning System, GPS) ซึ่งสามารถกำหนดพิกัดของสถานที่ต่าง ๆ การสำรวจ การเดินทาง และใช้เป็นระบบติดตามรถยนต์ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้กับการสืบค้นข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมทางอินเทอร์เน็ต เช่น โปรแกรม Google Earth 




แหล่งที่มา : http://www.ictkm.info/content/detail/14.html

การศึกษาทางไกล (Distance Learning)

การศึกษาทางไกล (Distance Learning)
ความหมาย คือ สื่อการเรียนการสอนทางไกลซึ่งผู้เรียนจะเรียนด้วยตัวเองที่บ้าน โดยไม่ต้องเดินทางไปเรียนยังสถาบันการศึกษา และสมัครเรียนได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาเท่านั้น
          สาเหตุและปัจจัยสำคัญที่ทำก่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในรูปแบบของ "การศึกษาทางไกล หรือการศึกษาไร้พรมแดน" คือ การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี การผสมผสานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโทรคมนาคม ที่ก่อให้เกิดเทคโนโลยีสารสนเทศ และภาวะการขยายตัวอย่างรวดเร็วของประชากร ทำให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ต้องขยายพื้นที่การจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น
          การศึกษาทางไกล (Distance Learning) จึงหมายถึงการเรียนการสอนที่ผู้เรียนและผู้สอนอยู่ไกลกัน ใช้วิธีการถ่ายทอดเนื้อหาสาระและประสบการณ์โดยอาศัยสื่อประสมในหลายรูปแบบ ได้แก่ สื่อที่เป็นหนังสือ สื่อทางไปรษณีย์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ การประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง (Video Conference) อินเตอร์เน็ต (Internet)และการสอนเสริม เป็นต้น รวมทั้งการใช้ศูนย์บริการการศึกษาเป็นหลัก ช่วยให้ผู้เรียนที่อยู่ต่างถิ่นต่างที่กันสามารถศึกษาหาความรู้ได้
          การศึกษาทางไกล เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่เกิดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ ๒๐ เพื่อสนองความต้องการของสังคมปัจจุบันซึ่งเป็นสังคมข่าวสาร หรือสังคมของการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม เป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาไปสู่บุคคลกลุ่มต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ทำให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิต ที่บุคคลสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง
          ความสำคัญของการศึกษาทางไกล
          1. เป็นการเพิ่มทางเลือกในการกระจายโอกาส และยกระดับการศึกษาของผู้เรียน
          2. เป็นตัวการเปลี่ยนแปลงกระบวนวิธีการเรียนรู้และการจัดการศึกษาของสังคมในปัจจุบันและอนาคต
          3. ช่วยสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดอุปสรรคด้านทรัพยากร สถานที่ เวลา และบุคลากร
          4. ช่วยลดภาระของครูทั้งในด้านการเตรียมการ การใช้เวลา และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียน การสอนให้มีคุณภาพ
          5. การเรียนการสอนทางไกลสามารถ "แพร่กระจาย" และ "เข้าถึง" ตัวบุคคลได้อย่างหลากหลายและกว้างขวาง
          องค์ประกอบหลักของการศึกษาทางไกล
         1. ผู้เรียน จะเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนมีอิสระในการกำหนดเวลา สถานที่ และวิธีเรียนของตนเอง โดยสามารถเรียนรู้ได้จากแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น จากการสอนโดยผ่านการสื่อสารทางไกล วีดิทัศน์ที่ผลิตเป็นรายการ วีดิทัศน์ที่บันทึกจากการสอน ตำรา หนังสือ เอกสารประกอบการสอนในรูปของบทเรียนด้วยตนเอง คอมพิวเตอร์ช่วยสอน และระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
         2. ผู้สอน จะเน้นการใช้สื่อการสอนที่มีคุณภาพและีหลากหลายรูปแบบซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง หรือ
เรียนเสริมในภายหลัง เนื่องจากผู้สอนมีโอกาสพบผู้เรียนโดยตรงน้อยมาก คือมีโอกาสพบปะผู้เรียนแบบเผชิญหน้าในตอนแรกและตอนท้ายของภาคเรียน หรือไปสอนเสริมในบางบทเรียนที่พิจารณาเห็นว่ายากต่อการเข้าใจเท่านั้น
         3. การจัดระบบบริหารและบริการ เป็นการจัดโครงสร้างอื่นมาเสริมการสอนทางไกลโดยตรง เช่น อาจมีครูที่ปรึกษาประจำตัว ผู้เรียน มีศูนย์บริการการศึกษาที่ใกล้ตัวผู้เรียน รวมทั้งระบบการผลิตและจัดส่งสื่อให้ผู้เรียนโดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพ
         4. การควบคุมคุณภาพ จะจัดทำอย่างเป็นระบบ และดำเนินการอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยเน้นการควบคุมคุณภาพในด้านองค์ประกอบของการสอนทางไกล เช่น ขั้นตอนการวางแผน กระบวนการเรียนการสอน วิธีการประเมินผล และการปรับปรุงกระบวนการ เป็นต้น
         5. การติดต่อระหว่างผู้เรียน ผู้สอน และสถาบันการศึกษา เป็นการติดต่อแบบ ๒ ทาง โดยใช้โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์
อิเล็กทรอนิกส์ หรือจดหมาย เป็นต้น
          ลักษณะของการศึกษาทางไกล 
         1. การเรียน- การสอน การศึกษาทางไกลต้องอาศัยครู และอุปกรณ์การสอนที่สามารถใช้สอนนักเรียนได้มากกว่า ๑ ห้องเรียน และได้ในหลายสถานที่ เช่น วิชาพื้นฐาน ทำให้ไม่ต้องจ้างครูและซื้ออุปกรณ์สำหรับการสอนในวิชาเดียวกันของแต่ละแห่ง และครูสามารถเลือกให้นักเรียนแต่ละแห่งถามคำถามได้ เนื่องจากแต่ละห้องมีขนาดไม่ใหญ่นัก และจำนวนนักเรียนก็มีไม่มากนัก โดยมีอุปกรณ์ช่วยในการโต้ตอบ เช่น ไมโครโฟน กล้องวีดิทัศน์ และจอภาพ เป็นต้น
         2. การถาม - ตอบ หากนักเรียนมีปัญหาข้อสงสัย อาจสามารถถามครูได้โดยผ่านโทรศัพท์ หรือผ่านกล้องโทรศัพท์ หรือผ่านกล้องวิดีทัศน์ในระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) ในขณะที่เรียน หรือส่งโทรสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ์ไปถามได้ในภายหลัง หรือครูอาจจะนัดเวลาเป็นการเฉพาะเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม การถามตอบในลักษณะนี้ จะทำให้ครูจะมีเวลามากขึ้นในการค้นคว้าเพื่อส่งคำตอบกลับไปให้ทำเรียนในภายหลัง
         3. การประเมินผล ผู้เรียนสามารถส่งการบ้านและการทดสอบได้้ทางไปรษณีย์ โทรสาร หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ทั้งนี้รูปแบบและวิธีการประเมินผลจะต้องได้รับการออกแบบเฉพาะ หรืออาจจะใช้การประเมินผลในรูปแบบปกติในห้องเรียน (ให้ผู้เรียนไปทดสอบ ณ สถานที่ที่จัดไว้ไห้) เพื่อผสมผสานกันไปกับการเรียนทางไกล

แหล่งที่มา : http://www.st.ac.th/av/inno_distance.htm

8 เทรนด์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2014

ในปี 2013 ที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นมากมาย และในปี 2014 ที่กำลังจะมาถึงยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ และผลิตภัณฑ์รุ่นต่อยอดจากรุ่นเก่ารอคอยที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียที ซึ่งเราไปดูกันซิว่า 10 เทรนด์เทคโนโลยีของปี 2014 จะมี “ของเล่นใหม่” ใดที่น่าสนใจบ้าง 
1. Google Glass และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สวมใส่
Wearable-Computing
Google ให้คำมั่นว่า Google Glass จะเปิดวางขายจริงให้กับประชาชนทั่วไปในสหรัฐอเมริกาในปี 2014 นี้ ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายอย่างยิ่งว่าแว่นตาอัจฉริยะนี้จะได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใด และเมื่อ Google กล้าคิดกล้าทำ บริษัทไอทีชั้นนำรายอื่นๆก็ไม่น้อยหน้าก็เตรียมเดินหน้าพัฒนาแก็ดเจ็ตสวมใส่กันอย่างคึกคักเช่นกัน ทั้ง Samsung, LG และ Apple

2. iPhone และ iPad จะใหญ่ขึ้น
iphone-and-ipad-bigger
จากพฤติกรรมของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ตอบรับกับหน้าจอขนาด 5 นิ้วขึ้นไป หรือที่เรานิยามกันว่า Phablet (แฟ็บเล็ต) ส่งผลให้มีเสียงเรียกร้องให้ Apple หันมาสนใจการทำ iPhone ขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นบ้าง ซึ่งก่อนจะสิ้นปี 2013 ก็เริ่มมีข่าวเล็ดลอดว่าiPhone 6 จะมีหน้าจอใหญ่ขึ้น แต่จะเป็นขนาดใดรระหว่าง 4.4 – 5.7 นิ้ว ตอนนี้ยังไม่มีใครตอบได้
ขณะเดียวกัน iPad ก็จะพัฒนาให้ใหญ่ขึ้นเช่นกัน จากเดิมที่คงขนาด 9.7 นิ้วก็จะถูกอัพไซส์ไปเป็นขนาด 12 นิ้ว เพื่อให้แท็บเล็ตสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ใกล้เคียงกับโน๊ตบุค และจะมีน้ำหนักเบากว่ามาก

3. Smartwatch
smartwatch-2014-trend
ในปี 2013 เราได้เห็นความพยายามจากหลายค่ายไอทีชั้นนำที่จะผลักดันให้ Smartwatch สามารถตอบโจทย์ผูู้ใช้ทั่วไปแทนที่การใช้สมาร์ทโฟน แต่เนื่องจากแอพพลิเคชั่นจำนวนมากยังไม่รองรับการใช้งานควบคู่กับ Smartwatch และฟีเจอร์โดยทั่วไปยังวนเวียนอยู่เพียงการแจ้งเตือน ฉะนั้นในปี 2014 จึงเป็นโอกาสที่หลายค่ายที่เปิดตัว Smartwatch ไปแล้วอย่าง Samsung, Sony และ Pebble จะได้ต่อยอดอุปกรณ์สวมใส่ ขณะเดียวกันเราก็จะได้เห็น Smartwatch จาก Google และApple เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียที

4. Windows 8.2 กับการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของปุ่ม Start
windows-8.2
หลังจาก Windows 8 โดนโจมตีอย่างหนัก โดยเฉพาะการขาดหายไปของปุ่ม Start ทำให้ไมโครซอฟท์เร่งพัฒนาโอเอส Windows 8.1พร้อมนำปุ่ม Start กลับมาประจำการเช่นเดิม แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่สามารถเรียกใช้งานเมนูต่างๆได้เหมือนก่อน อย่างไรก็ดีคาดว่าในปี 2014 จะโอเอสใหม่อย่าง Windows 8.2 เกิดขึ้น พร้อมพัฒนา Modern UI ให้การใช้งานง่าย สะดวกสบายต่อผู้ใช้

5. Chrome OS จะมีลักษณะคล้าย Windows มากขึ้น
chome-os-2014
ในปี 2014 คอมพิวเตอร์ Chromebook และระบบปฏิบัติการ Chrome OS จะเข้ามามีบทบาทในตลาดโน๊ตบุคมากขึ้น เนื่องจาก Google ตั้งเป้าพัฒนาแอพพลิเคชันแบบออพไลน์สำหรับ Chrome OS มากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพบน Chromebook ตลอดจนแท็บเล็ตแบบไฮบริดรุ่นใหม่

6. Oculus Rift VR Headset อุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมแบบใหม่
Oculus-Rift-VR-Headset
Oculus Rift VR Headset เปิดตัวไปเมื่องาน CES 2013 อุปกรณ์สวมใส่คล้ายแว่นตาขนาดใหญ่ที่จะช่วยเพิ่มมุมมองได้มากถึง 110 องศา สามารถเปลี่ยนมุมมองได้เองตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน พร้อมแสดงภาพในรูปแบบ 3 มิติด้วย ซึ่งในปี 2014 เป็นโอกาสาอันดีที่จะเกิดเกมใหม่ๆ หรือการพัฒนาเกมเก่าต่างๆ ให้รองรับกับการใช้งาน Oculus Rift VR Headset ได้

7. Ultrabook ที่มากับกล้องเว็บแคมแบบ 3 มิติ
ultrabook-3d-web-cam
ช่วงปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนากล้อง Senz3D ขึ้น เพื่อการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ แต่การจะใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคผู้ใช้จะต้องติดตั้งกล้องขนาดใหญ่ด้านบนหน้าจอของพวกเขา อย่างไรก็ตามในปี 2014 จะเป็นครั้งแรกของ Ultrabook และแท็บเล็ตจะมีการติดตั้งกล้องแบบ 3 มิติมาให้ในตัวด้วยเลย
8. สมาร์ทโฟนหน้าจอความละเอียดสูง และหน้าจอโค้งงอมากขึ้น
ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนมีการพัฒนาด้านความละเอียดหน้าจอให้เพิ่มสูงขึ้นเสมอๆ ซึ่งในปี 2014 ก็เช่นกัน เราจะเห็นว่าทั้ง Samsung Galaxy S5, LG G3 หรือ iPhone 6 ต่างมีข่าวเรื่องการเพิ่มความละเอียดเดิมไปอยู่ในระดับ 2K (2560 x 1440 พิกเซล) ก่อนพัฒนาไปสู่ระดับ 4K ในปี 2015 ขณะเดียวกันสมาร์ทโฟนแบบหน้าจอโค้งงอจะถูกเปิดตัวมากขึ้น โดยมีผู้นำเทรนด์อย่าง Samsung และ LG
smartphones-curves

แหล่งที่มา : http://www.arip.co.th/tech-trend-2014/

นวัตกรรมและเทคนิควิธีการทางการศึกษา

นวัตกรรมและเทคนิควิธีการทางการศึกษา
การนำเทคโนโลยีในรูปของเครื่องมือและเทคนิควิธีการ (Techniques) หรือ กระบวนการ (Processes) ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านการบริหารจัดการทางการศึกษาเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากการใช้เพื่อการเรียนการสอนเท่านั้น เครื่องมือและเทคนิควิธีการ หรือกระบวนการต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการทางด้านการศึกษา หรือการสร้างสถานการณ์ของการเรียนการสอนที่ต่างไปจากปัจจุบันที่กระทำอยู่เป็นปกติวิสัยเรียกได้ว่าเป็น "Education Innovation" หรือ "นวัตกรรมทางการศึกษา" และในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ (Quality Improvement Plan) หรือ QI Plan สำหรับสถานศึกษาจึงควรนำนวัตกรรมทางการศึกษามาใช้
นักการศึกษาไทยในอดีตได้แปลคำว่า Innovation เป็นภาษาไทยแตกต่างกัน เช่น แปลว่า "นวกรรม" และ "นวัตกรรม" เป็นต้น ทั้งนี้หมายถึง "Innovation" ในภาษาอังกฤษนั่นเอง ในปัจจุบันคำแปลเป็นภาษาไทยได้กำหนดเป็นที่ยอมรับแล้วให้ใช้คำว่า "นวัตกรรม " การกำหนดว่าอะไรเป็น "นวัตกรรม" นั้นมีหลักในการพิจารณาได้ดังนี้
1. เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน การใช้เทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนไม่ว่าจะเป็นรูปของการใช้เครื่องมือหรือ Mediaware ร่วมกับเทคนิควิธี (Techniques) หรือ เฉพาะเทคนิควิธีอย่างเดียวในการจัดสถานการณ์การเรียนการสอน ถือได้ว่าเป็น Educational Innovation อย่างหนึ่ง
2. เป็นสิ่งสำคัญที่มีอยู่แล้วแต่มิได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษามาก่อน แต่ต่อมาได้นำมาใช้ทางการศึกษาถือว่าเป็น Educational Innovation เช่นกัน
3. เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว และเคยนำมาใช้ทางการศึกษาแล้วไม่ได้รับความนิยมในช่วงเวลาหนึ่ง ได้นำกลับมาใช้อีกครั้งในเงื่อนไขและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ก็ถือว่าเป็น Educational Innovation
4. เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วและใช้อยู่อย่างได้ผลดีในสังคมอื่น หรือประเทศอื่น แล้วนำมาใช้ในอีกสังคมหนึ่งหรืออีกประเทศหนึ่ง ถือว่าเป็น Educational Innovation
5. เป็นการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบของเทคนิควิธีที่มีอยู่หรือสื่อที่มีอยู่ในลักษณะต่างจากต้นแบบเพื่อใช้ในการศึกษาให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี ก็ถือว่าเป็น Educational Innovation อีกเช่นกัน
จากหลักเกณฑ์ข้างต้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่า Educational Innovation ส่วนมากเป็นการนำของเดิมที่มีอยู่แล้วนำมาใช้อย่างเหมาะสมให้มีประสิทธิภาพทางการศึกษา สำหรับการคิดสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนทั้งในรูปแบบของวิธีการและเครื่องมือเป็นการส่งเสริมให้มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ซึ่งไม่สามารถจะสร้างให้เกิดขึ้นได้ทุกคน ในสภาพการณ์ปัจจุบันทั้งเครื่องมือและวิธีการที่ใช้ในการสอนหรือฝึกคน มีมากเพียงพอกับความต้องการ สิ่งที่ขาดคือความสามารถในวิธีการใช้เครื่องมือและวิธีการที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และคุ้มค่ากับการลงทุน และในการพิจารณาถึงนวัตกรรมมักมองถึงสิ่งที่เป็นเครื่องมือหรือวัตถุเป็นสำคัญ โดยมักจะมองข้ามเทคนิควิธีการหรือกระบวนการไป ซึ่งเทคนิควิธีการหรือกระบวนการนั้นก็เป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าได้เช่นกัน ซึ่งอาจไม่ต้องใช้เงินลงทุนในการนำมาใช้เลยก็ได้


นวัตกรรมกับเทคนิควิธี
นวัตกรรม (Innovation) และ เทคนิควิธีการ (Techniques) หรือ กระบวนการ (Processes) มีความสัมพันธ์กันมาก ในการศึกษาวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษาจะเป็นการศึกษาเรื่องของการใช้วัสดุ (Software) อุปกรณ์ (Hardware) ซึ่งมีลักษณะเป็นการใช้เครื่องมือ หรือ Mediaware และรวมถึงการใช้เทคนิควิธีการ (Techniques) ต่าง ๆ ที่จะทำให้การทำงานบรรลุจุดมุ่งหมาย นวัตกรรมการศึกษาเป็นการนำเอาเทคนิควิธีการ และเครื่องมือ หรือ Mediaware ที่มีอยู่และสร้างขึ้นใหม่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา และเทคนิควิธีการที่เป็นกระบวนการ หรือระบบการสอนซึ่งมีพื้นฐานทางด้านหลักการและทฤษฎีทางการเรียนรู้ วิธีการเชิงระบบ และการสื่อสาร เพื่องานการศึกษา ซึ่งมีทั้งการเรียนการสอน การบริหารจัดการ ลักษณะหนึ่งของนวัตกรรมทางการศึกษานั้น ต้องมีความทันสมัยอยู่เสมอ นวัตกรรมทางการศึกษาเมื่อ 5-10 ปี ที่ผ่านมาอาจไม่ใช่นวัตกรรมทางการศึกษาในปัจจุบันก็ได้ เนื่องจากเวลาที่เปลี่ยนไปทำให้นวัตกรรมที่เป็นของใหม่ในช่วงเวลาหนึ่งกลายเป็นของเก่าในอีกช่วงเวลาหนึ่งและจะแปรสภาพไป
คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
นวัตกรรมทางการศึกษาในปัจจุบันส่วนมากเป็นการนำเอา Computer เข้ามามีส่วนในการเรียนการสอน การบริหารและการจัดการ (Computer-assisted Instruction หรือ CAI และ Computer-managed Instruction หรือ CMI) ในทางการศึกษา Computer นอกจากได้นำมาเป็นเนื้อหาวิชาในการเรียนการสอนเกี่ยวกับตัว Computer เองแล้วยังได้นำมาใช้ในฐานะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง เช่น นำมาใช้ช่วยการสอน (CAI) ได้แก่บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และนำมาใช้ในการบริหารและการจัดการ (CMI) ได้แก่ การทำกำหนดการและตารางเรียน ใช้บันทึกข้อมูลและตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว ในการจัดทำงบประมาณ ใช้ในการผลิตเอกสาร และใช้ในการวางแผนและออกแบบการสอนที่ต้องใช้ Computer มีส่วนร่วม หรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานของการสอน (Computer-based Instruction) เช่น สื่อประสม (Multimedia) หรือ E-learning และ Web-based Instruction รวมทั้ง Computer-assisted Learning (CML) และ Computer-managed Learning (CML) เป็นต้น การนำเอา Computer มาใช้ในการศึกษาจะเหมือนกับนวัตกรรมประเภทอื่น ๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่ Computer ได้รับการปรับปรุงหรือดัดแปลง ทดสอบ ทดลอง จนได้ผลและนำมาใช้จนเป็นปกติวิสัยแล้ว Computer จะไม่ใช่นวัตกรรมอีกต่อไปแต่จะกลายเป็นเทคโนโลยี

นวัตกรรมกับเทคโนโลยี
ฉะนั้น เมื่อนวัตกรรมถูกใช้จนเป็นปกติวิสัยแล้วจะกลายเป็นเทคโนโลยีไปอีก และจะเป็นอย่างนี้เรื่อย ๆ ไป ในวงการของการศึกษาและอุตสาหกรรม รวมทั้งวงการอื่น ๆ จึงมักจะใช้คำว่า Innovation ควบคู่ไปกับ Technology การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในสถานศึกษาส่วนมากจะเริ่มจากการนำไปใช้ในสำนักงานเพื่อการบริหารจัดการให้มีความเข้มแข็งก่อน แล้วจึงสามารถสร้างระบบงานและการใช้เทคโนโลยีไปสู่ชั้นเรียนหรือกระบวนการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ การใช้เทคโนโลยีในสำนักงานของสถานศึกษาและการใช้เทคนิควิธีหรือกระบวนการใหม่ ๆ ในการทำงานเป็นนวัตกรรมของระบบการศึกษาทั้งสิ้น นวัตกรรมเหล่านั้นอาจมีทั้งผลดีและสร้างผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกเช่นกัน
กระบวนการของการเผยแพร่และยอมรับนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้เพื่อการศึกษา จึงเป็นศาสตร์ที่สำคัญอีกแขนงหนึ่งสำหรับนักเทคโนโลยีการศึกษาที่ต้องทำความเข้าใจในกระบวนการของการเผยแพร่และการยอมรับนวัตกรรมสำหรับการศึกษา ศาสตร์ดังกล่าวมีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรระดับปริญาเอก หรือ Ph.D. (Technical Education Technology) หรือ ป.ร.ด. (เทคโนโลยีเทคนิคศึกษา) ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และในหลักสูตรของสถานศึกษาบางแห่ง

การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
การนำนวัตกรรมมาใช้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีทั้งประสิทธิภาพ (Efficiency) และประสิทธิผล (Effectiveness) ในการทำงานอันนำไปสู่คุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม (Quality Improvement)ประสิทธิภาพหมายถึง การทำงานได้ถูกต้องตามระบบ หรือตามกระบวนการอย่างประหยัด ภายใต้สภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่กำหนดไว้อย่างพอดี ส่วนประสิทธิผลหมายถึง การทำงานให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และคุณภาพหมายถึง ความเป็นเลิศ (Excellent) หรือพอดีกับความต้องการ (Fit to the Needs) ซึ่งต้องประกอบด้วยทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ถ้าขาดอย่างหนึ่งอย่างใดจะถือว่าการทำงานนั้นไม่มีคุณภาพ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ หรือ Quality Improvement Plan (QI Plan) จึงควรให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาใช้กับงานด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ และนวัตกรรมที่ควรนำมาใช้นั้นควรจะเป็นนวัตกรรมที่อยู่ในรูปแบบของเทคนิควิธีการ หรือ กระบวนการ มากกว่าที่จะเป็นในรูปแบบของเครื่องมือ หรือวัตถุ เพราะนอกจากจะต้องใช้เงินลงทุนมาก หรือเสียดุลการค้าเพราะต้องซื้อจากต่างประเทศแล้ว ยังต้องใช้เวลาสำหรับการปรับปรุง เรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาและสร้างการยอมรับอีกด้วย แต่ถ้าเป็นนวัตกรรมในรูปแบบของเทคนิควิธีหรือกระบวนการนั้น สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ภายใต้บริบทของสังคมไทย หรือสถานศึกษาในแต่ละแห่งได้ นอกจากนั้นอาจไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากเหมือนกับการใช้นวัตกรรมในรูปของเครื่องมือ หรือวัตถุ ดังนั้นในการวางแผนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ QI Plan จึงควรหันมาให้ความสนใจกับนวัตกรรมในรูปของเทคนิควิธีการ หรือกระบวนการดูบ้าง
รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์

แหล่งที่มา : http://www.thairath.co.th/content/125165

แท่งเดียวอยู่! ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา


2013-02-10-07
ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา
ในยุคที่โลกไร้พรมแดน ภาษาเป็นเรื่องที่นับได้ว่าสำคัญกับชีวิตประจำของเราแทบทุกคนเลยก็ว่าได้ ยิ่งหนังสือที่ใช้เรียนใช้สอนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นภาษาต่างประเทศแทบทั้งนั้น ครั้นจะให้อ่านไปเปิดดิกชันนารีไปก็คงจะไม่ไหว คงจะต้องใช้เวลาอ่านกันนานเป็นแน่
 แท่งเดียวอยู่! ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา
ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา
จึงได้มีการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่จะช่วยให้การอ่านภาษาต่างประเทศของเราไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป โดย The Ivy Guide เป็นอุปกรณ์ที่น่าทึ่งเอามากๆ มันสามารถติดกับปากกา หรือดินสอ หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายๆ แล้วช่วยแปลตัวหนังสือที่เราเอาเครื่องมือนี้สแกน
แท่งเดียวอยู่! ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา
ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษาแท่งเดียวอยู่! ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา
ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา
ส่วนวิธีการชาร์ตแบตก็ทำได้โดยใช้หัว USB ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพียงเท่านี้ก็ชาร์ตแบตเรียบร้อย ถือเป็นอีกพัฒนาการของเครื่องมือแปลภาษาเลยทีเดียว ถึงแม้จะอยู่ในช่วงทดลองยังไม่ได้นำออกมาใช้งานจริง แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการใช้ชีวิตยุคนี้เลยทีเดียว
แท่งเดียวอยู่! ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา
ปากกาอัจฉริยะช่วยแปลภาษา

แหล่งที่มา : http://teen.mthai.com/lifesgood/hitech/2921.html

ปฏิวัติเทคโนโลยีล้ำๆ ไปกับ Laser Keyboard


 laser-projection-virtual-keychain-keyboard01
ในปัจจุบันนี้มีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายจนตามกันแทบจะไม่ทันเลยทีเดียว ล่าสุดได้มีการผลิตคีย์บอร์ดแห่งอนาคตอย่าง Cube Laser Virtual Keyboard ออกมา เรียกได้ว่าล้ำสุดๆเหมือนที่เราเคยเห็นในหนังไซไฟยังไงยังงั้น
  Laser Keyboard
โดยเจ้าคีย์บอร์ดใหม่นี้จะมากับการใช้งานที่เชื่อมต่อกับแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือโน้ตบุ๊ก ด้วยเครื่องฉายภาพขนาดเล็กโดยเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ฉายภาพคีย์บอร์ดแบบ 63 ปุ่ม สามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีพื้นผิวเรียบ วิธีการใช้งานก็เพียงคุณแตะลงไปบนช่องต่างๆ เหมือนกับการพิมพ์คีย์บอร์ดจริงๆ ทุกประการ โดยมันสามารถพิมพ์ได้ที่ความเร็ว 400 ปุ่มต่อนาที
 Laser keyboard
และที่สำคัญคือมันสามารถวาดนิ้วไปบนภาพที่ฉายเพื่อใช้งานแทนเมาส์ได้อีกด้วย ซี่งก็มีจำหน่ายจริงแล้วบนอินเตอร์เน็ตในราคา 149.99$ เท่านั้น
 แหล่งที่มา : http://teen.mthai.com/lifesgood/hitech/2847.html